โครงสร้างของเส้นใยนุ่น

ความรู้เรื่องนุ่น (Plant Fiber)

โครงสร้างของเส้นใยนุ่น (Plant Fiber)


ความสบายของนุ่นเริ่มต้นจากระดับเส้นใย — โครงสร้างท่อกลวงเล็ก ๆ ที่กักอากาศไว้ภายใน คือเหตุผลที่ทำให้มันเบา โปร่ง และระบายอากาศได้ดีตามธรรมชาติ

1

โครงสร้างท่อกลวง (Hollow Tube Structure)

หากส่องเส้นใยนุ่นด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะเห็นว่าเส้นใยแต่ละเส้นไม่ได้ทึบตัน แต่มีลักษณะเป็น ท่อกลวง (Hollow Tube Structure) คล้ายหลอดขนาดเล็ก ภายในมีโพรงอากาศที่เรียกว่า Lumen ซึ่งอาจคิดเป็นประมาณ 80–90% ของหน้าตัดเส้นใย ขึ้นอยู่กับอายุของเส้นใยและแหล่งที่มา

โครงสร้างนี้ทำให้นุ่นเป็นหนึ่งในเส้นใยธรรมชาติที่มีความหนาแน่นต่ำและมีน้ำหนักเบามาก เมื่อเทียบกับเส้นใยธรรมชาติหลายชนิด เช่น ฝ้าย (Cotton)

ภาพที่ 1 · เส้นใยนุ่น (portrait)
2

ฉนวนกันความร้อนตามธรรมชาติ (Natural Thermal Insulation)

อากาศที่กักอยู่ภายในโพรงของเส้นใยทำหน้าที่เป็น ฉนวนกันความร้อน (Natural Thermal Insulation) หลักการนี้คล้ายกับกระจกสองชั้น (Double Glazing) หรือกระติกสุญญากาศ ที่ใช้อากาศเป็นตัวช่วยลดการถ่ายเทความร้อน

เมื่อเส้นใยนุ่นถูกนำมาใช้ในหมอนหรือที่นอน ช่องอากาศจำนวนมากภายในเส้นใยและระหว่างเส้นใยจะช่วยให้อากาศไหลเวียนได้ดี จึงช่วยลดการสะสมของความร้อนและความชื้น ทำให้หลายคนรู้สึกโปร่งสบาย โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น

ในสภาพอากาศที่เย็นกว่า ช่องอากาศเหล่านี้ยังช่วยชะลอการสูญเสียความร้อนจากร่างกาย ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นตามธรรมชาติ

ภาพที่ 2 · เนื้อสัมผัสนุ่น (portrait)
3

คุณสมบัติตามธรรมชาติของเส้นใย (Natural Fiber Properties)

ผิวของเส้นใยนุ่นมี ลิกนิน (Lignin) และสารเคลือบไขธรรมชาติ (Natural Wax) อยู่ตามธรรมชาติ สารทั้งสองชนิดช่วยให้เส้นใยดูดซับน้ำได้ค่อนข้างน้อย และไม่เอื้อต่อการสะสมความชื้นเมื่อเทียบกับเส้นใยธรรมชาติบางชนิด

เมื่อประกอบกับโครงสร้างที่ระบายอากาศได้ดี จึงช่วยลดสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราและไรฝุ่น

อย่างไรก็ตาม ไรฝุ่นสามารถพบได้ในเครื่องนอนทุกประเภทหากไม่มีการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม — การซักปลอกหมอนและปลอกที่นอนเป็นประจำ รวมถึงการนำผลิตภัณฑ์ออกผึ่งอากาศตามความเหมาะสม ยังเป็นวิธีที่ช่วยลดการสะสมของไรฝุ่นได้ดีที่สุด

บทความ